สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

5 อันดับ สถานที่จัดงานแต่งงานยอดฮิต

(อ่าน 5103/ ตอบ 1)

manindy

พูดถึงสถานที่จัดงานแต่งงาน ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ สำหรับคู่รัก เพราะสถานที่จัดงานแต่งงาน สามารถบ่งบอกอะไรได้หลายๆ อย่าง ทั้งงบประมาณของคู่บ่าวสาว การเล่าเรื่องราวของคู่รัก ระดับของแขกที่มาร่วมงาน และอื่นๆ แต่แน่นอนว่า การเลือกสถานที่แต่งงานที่ดี จะช่วยให้คู่บ่าวสาว ประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมทั้ง ช่วยให้กิจกรรมวันจัดงานแต่งงาน มีประสิทธิภาพสูงสุด


วันนี้ขอนำประสบการณ์มาแบ่งปันเกี่ยวกับสถานที่จัดงานแต่งงานมาฝากครับ


สำหรับสถานที่จัดงานแต่งงานที่นิยม และฮิตมากๆเรียงลำดับ ตามจำนวนงบประมาณในการใช้มีดังนี้


อันดับที่ 1 จัดงานแต่งที่บ้าน (ประหยัดที่สุด)


การเลือกจัดงานแต่งงานที่บ้านของตนเอง ถือว่าได้รับความนิยมสูงสุด และหลายๆคนอาจเคยไปร่วมงานแต่งงานที่มีการจัดที่บ้าน ซึ่งข้อดีของการจัดงานแต่งงานที่บ้าน มีดังนี้ครับ


1. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่จัดงาน


2. ญาติพี่น้อง มีความคุ้นเคยต่อสถานที่มาก เดินทางไปมาง่าย


3. บ่าวสาวรู้สึกว่า ผ่อนคลายที่สุด เพราะจัดในสถานที่ของตนเอง


ข้อควรระวัง


1. สถานที่วางโต๊ะจัดเลี้ยงอาจไม่เพียงพอ ทางแก้คือ พยายามคำนวณจำนวนโต๊ะและพื้นที่ให้ดี โดยควรคิดจำนวนโต๊ะน้อยกว่าประมาณการประมาณ 10-20% เพื่อให้สามารถจัดวางระบบโต๊ะสำรองให้กับลูกค้าได้


2. หากมีเครื่องขยายเสียง เปิดเพลง อย่าลืมผูกไมตรีกับเพื่อนบ้านทุกหลัง พร้อมแจ้งว่า จะมีการจัดเลี้ยงในวันดังกล่าว ขอเชิญมาร่วมงานด้วย  การทำดังนี้จะช่วยลดปัญหาในวันจัดงานได้ครับ (อย่าดูเบาเรื่องนี้นะครับ)


3. ระบบไฟฟ้าในบ้าน เพียงพอต่อการต่ออุปกรณ์ขยายเสียงหรือไม่ เรื่องนี้สำคัญมาก ตรวจสอบจำนวน แอมป์ของไฟที่บ้านให้ดี ไม่เช่นนั้น อาจเกิดเหตุไฟดับกลางงานได้ และนั่นถือเป็นปัญหาใหญ่มากๆ หากไม่มั่นใจเรื่องจำนวนแอมป์ ลองปรึกษาหน่วยงานการไฟฟ้าใกล้บ้านครับ หรือดีที่สุดคือ ลดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการต่อเชื่อมไฟฟ้าในบ้านครับ เช่นแอร์ หรือ เครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ เป็นต้น


4. ควรเตรียมพัดลมขนาดใหญ่ (แนะนำว่าให้ยืมจากวัดใกล้บ้าน ง่ายที่สุด) เพื่อเปิดให้แขกภายนอกและภายในของงาน


5. อย่าไว้ใจแอร์ อันนี้เรื่องจริงครับ แอร์ในบ้าน หากมีคนเข้าไปเยอะๆมันอาจน๊อกได้ ดังนั้นควรเตรียมพัดลมเข้าไปไว้ในบ้านด้วย และเปิดเพียงเบาๆ เบอร์ 1 จะช่วยให้บรรยากาศในพิธีเย็นสบายมากๆ


6. เตรียมที่จดรถไว้ให้พร้อม หากมีรถมาเป็นจำนวนมากอย่าลืมมองเรื่องคนดูแล หรือเฝ้ารถไว้ด้วยนะครับ


สรุปว่า การเลือกจัดงานแต่งงานที่บ้าน น่าจะเหมาะกับผู้ที่มีแขกมาร่วมงานไม่มาก อาทิ 10-20 โต๊ะ และการเดินทางมายังบ้านก็สะดวก ไม่ซับซ้อน อีกทั้งยิ่งถ้าไม่มีการจัดงานในภาคกลางคืนด้วยแล้ว ต้องถือว่าเหมาะสมที่สุด หากคู่บ่าวสาวจะเลือกบ้านของตนเอง ในการจัดงานแต่งงานครับ


TIP: สำหรับบ้านที่ใช้ในการจัดงาน ควรเป็นบ้านของฝ่ายเจ้าสาวนะครับ เพราะตามประเพณีไทย คือฝ่ายชายต้องมาขอฝ่ายหญิงที่บ้านครับ


อันดับที่ 2 จัดงานแต่งตามร้านอาหาร


ร้านอาหาร ถือเป็นตัวเลือกในลำดับต้นๆ ที่คู่บ่าวสาว ตัดสินใจเลือกเป็นสถานที่ในการจัดงานแต่งงาน โดยอาจเป็นการจัดงานแต่งงานในภาคเช้าก็ดี หรือว่าเป็นการจัดงานเลี้ยงในภาคค่ำก็ดี ซึ่ง ข้อดีของการจัดงานแต่งงานที่ร้านอาหารนั้น คงหนีไม่พ้นเรื่องของการเตรียมอาหารการกิน ยิ่งถ้าเป็นร้านที่มีชื่อเรื่อง อาหารอร่อย เป็นร้านที่รับทำโต๊ะจีนด้วยแล้ว การเลือกจัดที่ร้านอาหาร จะช่วยให้คู่บ่าวสาว ไม่ต้องกังวลในเรื่องของ อาหารไม่พอ ห้องน้ำ สถานที่จอดรถ บริกร ระบบไฟและเสียง รวมทั้งอื่นๆ  ดังนั้นหากคุณกำลังมองหา สถานที่จัดงานแต่งงาน ที่เน้นความสนุกสนาน อิ่มอร่อยแล่้ว ผมแนะนำให้พิจารณา ร้านอาหารมีเป็นลำดับแรกเลยนะครับ


เทคนิคการเลือกร้านอาหารสำหรับจัดงานแต่งงาน


1. สำรวจว่า การเดินทางมายังร้าน สะดวกหรือไม่


สังเกตจากตอนที่คุณเดินทางมาที่ร้านเพื่อติดต่อจองวันจัดงานครับ  หากการเดินทางซับซ้อน หรือมายาก อย่าเลือกนะครับ มิเช่นนั้นจะมีผลต่อจำนวนแขกที่มาในงานอย่างแน่นอน และอาจเกิดปัญหา แขกไม่มีที่นั่ง แขกได้ทานอาหารน้อยได้


2. สำรวจบรรยากาศ และทำเล เหมาะสมจัดงานหรือไม่


ลองแอบมาสำรวจในช่วงเช้าของงาน เพื่อดูบรรยากาศ หรือในช่วงค่ำ ตอนที่มีงานเลี้ยงของแขกคนอื่น ขอทางร้านเข้าไปสังเกตห่างๆ เพื่อดูการต้อนรับ การจัดวางซุ้ม แสงไฟ ระบบเครื่องเสียง การใช้ห้องน้ำ การจอดรถของลูกค้าคนอื่นๆ เพื่อนำมาประเมินกับงานแต่งของเรา ว่าถ้างานนี้เป้นงานของเรา เรารู้สึก OK ไหม


3. สอบถามเรื่องเมนูอาหาร พร้อมโต๊ะแถม


ปกติร้านอาหารจะมีการ set เมนูให้เราเลือก โดยจัดเป็นชุดๆ เช่น ชุด 1 กับข้าว 5 อย่าง ราคา 1,000 บาทต่อโต๊ะ เป็นต้น สอบถามข้อมูลว่าต้องจองขั้นต่ำเท่าไหร่ กี่โต๊ะ มีโต๊ะแถมไหม และหากข้อโต๊ะเพิ่มในงานคิดเท่าไหร่  ตรงนี้ถือว่าสำคัญมากๆนะครับ ถ้าเรากะจำนวนโต๊ะผิด นั่นหมายถึงงานนั้น เราอาจขาดทุนซอง หรือถ้าคนมาเยอะจนล้น เราอาจถูกตำหนิได้  ดังนั้นหลักคือ ทำโต๊ะให้เท่ากับจำนวนซอง หรือการ์ดเชิญที่แจกออกไป เช่น


แจก 1 การ์ดเชิญ ให้ประมาณว่ามา 2-3 คนต่อการ์ด


ดังนั้นถ้าทำการ์ด 100 การ์ดเชิญ แปลว่า คนมางานประมาณ 200-300 คน ถ้าโต๊ะหนึ่งมี 10 คน จะอยู่ที่ 20-30 โต๊ะนั้นเอง


สำหรับตารางข้างล่างนี้เป็นตารางแสดง ประมาณการจำนวนจองโต๊ะ ที่คู่บ่าวสาวใช้เป็นแนวทางในการจองที่ร้านอาหารได้ครับ


4. ลองสอบถามเรื่อง ดนตรี นักร้อง ว่ามีบริการไหม


อย่าลืมถามเรื่องดนตรี และนักร้องในงานด้วยนะครับว่ามีไหม แถมหรือไม่ หรือว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ส่วนตัวผมเห็นว่า ควรเตรียมดนตรี และก็ นักร้องไว้ด้วยนะครับ จะช่วยให้บรรยากาศตลอดงานทั้งก่อนงานพิธีเริ่ม และหลังงานพิธีเสร็จ (งานเลี้ยงค่ำ) บรรยากาศไม่กร่อย นะครับ ปล. สำหรับเพลงที่มาเปิดในงาน ผมแนะนำว่า ควรเตรียมมาเองไว้ด้วย โดยการเซฟใส่ แฟลชไดรว์มาสัก 20-30 เพลง (เน้นว่าใส่แฟลชไดรว์นะครับ) โดยเหตุที่ต้องเตรียมมาด้วย เพราะบางที นักดนตรีในงาน อาจเปิดเพลงบรรเลง แนวอกหัก รักคุด ตุ้ดเมิน แทนจะเป็นแนวโรแมนติกได้ อันนี้ต้องรีบบอก รีบเตือนกันไว้เลยนะตรงนี้ครับ


5. สำรวจราคามัดจำ และเคลียร์เงินวันไหน ตกลงให้ดี


ปกติร้านจะขอมัดจำประมาณ 30-50% ของราคาทั้งหมด และจะเคลียร์เงินทันที ในช่วงของงานเลี้ยงเสร็จสิ้น ดังนั้น คุณควรเตรียมเงิน และฝากใครคนหนึ่งดูแลให้ดี เพราะจะต้องจ่ายภายหลังงานเลี้ยงเลิก โดย


ถ้างานเลี้ยงอยู่ในภาคเช้า คุณควรไปจ่ายเงินตอนช่วง 13.30น.-14.-00น.


ถ้างานเลี้ยงอยู่ในภาคค่ำ คุณควรไปจ่ายเงินตอนช่วง 22.00-22.30น.


6. อย่าลืมขอบิลทุกครั้งที่คุณจ่ายเงิน


บิลที่ร้านออกให้ จะระบุรายละเอียดทุกประการของการจัดงาน ทั้งจำนวนโต๊ะ ค่าไฟ ค่านักร้อง นักดนตรี เครื่องเสียง เป็นต้น โดยคุณต้องเก็บบิลไว้อย่างดี เพราะในวันแต่งงาน อาจเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดขึ้นมาได้ และในช่วงงานชุลมุน คุณอาจต้องจ่ายเงินเกินกว่าความจำเป็นได้ ดังนั้น อย่าลืมเรื่องบิลโดยเด็ดขาดนะครับ


อันดับที่ 3 จัดงานแต่งในสนามฟุตบอล หรือโรงยิมโรงเรียน


การเลือกจัดงานแต่ง ที่โรงยิม หรือสนามฟุตบอลในโรงเรียน นิยมมากสำหรับ ผู้ที่มีคนรู้จักในหมู่บ้าน หรือชุมชนมากๆ หรือต้องการให้งานของตนเอง ใหญ่โต เพื่อชื่อเสียง หน้าตา หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่หัวใจหลักของการจัดงานที่โรงเรียน คือ ต้องการพื้นที่สำหรับจุคนได้เยอะๆ ดังนั้น หากคู่บ่าวสาว เลือกที่จะจัดงานแต่งที่นี่ ผมมีข้อเสนอแนะดังนี้ครับ


1. สำรวจสถานที่จัดงาน ว่าเพียงพอกับจำนวนแขกหรือไม่


คู่บ่าวสาวควรประมาณการขนาดของห้อง และจำนวนโต๊ะที่จะลงให้ดีนะครับ เช่นในโรงยิมหากลงโต๊ะไป 100-200โต๊ะ สามารถทำได้หรือไม่ สำหรับเทคนิคคือ หากอยากรู้ตัวเลขประมาณการจริงๆ อาจลองสอบถามจากนักการภารโรงดู หรือถามจากร้านที่จัดโต๊ะจีนให้ก็ได้ครับ เราก็จะรู้หรือประมาณการได้ทันที


2. สำรวจห้องน้ำ


ตรวจสอบก่อนเลยครับ ว่าห้องน้ำนั้น มีเพียงพอที่จะรองรับแขกได้ไหม สะอาดไหม และอยู่ในตรงไหนเมื่อวัดจากจุดที่จัดงาน หากเจ้าของงานตั้งใจทำงานแต่งเสียอย่างดี แต่ปรากฎว่า ลืมดูแลห้องน้ำ อย่างนี้แขกเวลามาอาจไม่ปลื้มเท่าที่ควร ดังนั้นอย่าลืมเรื่องห้องน้ำเด็ดขาดนะครับ


3. อย่าลืมเรื่องไฟฟ้า


4. ชำระเงินให้ถูกต้อง ครบถ้วน


TIP : อยากรู้เกี่ยวกับจำนวนโต๊ะที่ลงได้ ระบบห้องน้ำ ราคา และอื่นๆ ลองถามจากนักการภารโรงครับ จะช่วยให้เรารู้เกือบทุกคำตอบในเชิงลึก


อันดับที่ 4 จัดงานแต่งในสถานที่ ที่ออกแบบไว้เฉพาะการจัดงานแต่งงาน


สำหรับสถานที่จัดงานแต่งงานแบบเฉพาะทาง ผมหมายถึงสถานที่จัดงานแต่งงาน ที่ออกแบบมาเพื่อการจัดงานแต่งงานโดยเฉพาะ หรือ เหมาะแก่การใช้สถานที่จัดงานแต่งงาน โดยจุดเด่นคือ จะมีมุมที่สวยงาม เวลาจัดงานออกมาจะมีความรู้สึกว่า ภาพรวมของงานดูดีมาก และช่วยเสริมภาพลักษณ์ของการจัดงานแต่งงานของคุณ


ข้อดีของการใช้สถานที่แบบนี้


1. สถานที่สวยงาม ออกแบบให้สอดคล้องกับตัวงานได้


2. มักมีมุมถ่ายภาพสวยๆมากมาย


ข้อจำกัด


1. มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง


อันดับที่ 5 จัดงานแต่งงานในโรงแรม


สำหรับแบบสุดท้ายนี้ ถือว่าเป็นแบบที่หลายๆคนอาจยอมเลือก หรือตั้งใจที่จะเลือก ด้วยเหตุที่ ความเป็นมืออาชีพของโรงแรมนั้นๆ จะช่วยให้การแต่งงาน ดูดีมีชาติตะกูลขึ้นมาทันที และ


เอาล่ะครับ ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับคู่บ่าวสาวแล้วนะครับว่า ต้องการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานแบบไหน อย่างไรเพื่อให้เหมาะสมที่สุด ต่อธีมงานของเรา รวมทั้งเหมาะสมต่องบประมาณในการจัดงานแต่งงานที่เราเตรียมไว้ด้วยนะครับ



ขอให้สนุกกับการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานนะครับ


Webboardแสดงความคิดเห็น
เยี่ยม   แย่   แย่   แย่   เขิน   หยอกล้อ  ตกใจ  ร้องไห้   สงสัย   ขอโทษ   หดหู่   อย่าน่ะ   ต่อว่า   โอเค
รูปภาพ
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 3 MB.)
*ชื่อ
*สถานะ  
*อีเมล
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
*รหัสยืนยัน

หมายเหตุ : : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง

view