10 วิธีเซฟเงินจัดงานแต่ง เพื่อกันงบบานปลาย
praert |
การแต่งงาน เป็นเรื่องที่ต้องใช้เงินจำนวนมากจริง ๆ เพราะนอกจากจะหมดไปกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเสื้อผ้า เครื่องแต่งงานทั้งงานกลางวันและงานกลางคืนแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในส่วนของสถานที่ งานเลี้ยงฉลอง การ์ดเชิญ และรายจ่ายจิปาถะอีกมากมาย ที่อาจจะทำให้เกินงบประมาณที่คิดเอาไว้ได้ หากปล่อยตามใจตัวเองเกินไปก็จะสร้างความลำบากในอนาคต ถ้าอย่างนั้นเรามาควบคุมงบประมาณงานแต่งด้วย ทิปส์ประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับงานแต่งงานต่อไปนี้กันดีกว่า 1. จัดงานแต่งงานและฉลองปาร์ตี้ในสถานที่เดียวกัน การจัดงานแต่งงานและฉลองปาร์ตี้ในสถานที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท หรือสถานที่ใดก็ตาม เป็นส่วนที่ช่วยประหยัดเงินไปได้มากทีเดียว เพราะนอกจากจะไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมที่ซ้ำซ้อนแล้ว อาจจะได้ส่วนลดจากทางสถานที่นั้น ๆ อีกด้วย และที่สำคัญไปกว่า ก็คือ แขกที่มาจากต่างบ้านต่างเมืองยังเดินทางมาร่วมงานสะดวกกว่าต่างสถานที่ด้วย 2. แต่งหน้าทำผมโดยช่างประจำตัว ส่วนช่างแต่งหน้าทำผมก็ไม่ต้องมองหาใครที่ไหนไกลเลย ใช้บริการจากร้านตัดผมที่คุณเป็นลูกค้าประจำอยู่น่าจะได้ราคาถูกที่สุดแล้ว แถมยังเป็นช่างแต่งหน้าทำผมที่รู้จักกับคุณดี ดังนั้น ก็น่าจะรู้ใจคุณมากกว่าช่างแต่งหน้าทำผมคนอื่น ๆ ด้วย ที่สำคัญยังสบายใจกว่าเมื่อมีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการทำผมและแต่งหน้า เพื่อให้เป็นไปตามแบบที่คุณต้องการ หรือจะให้สบายใจและประหยัดกว่านั้นก็อาจจะขอความช่วยเหลือจากพี่น้อง ญาติ ๆ เพื่อนสนิทที่ชำนาญเรื่องนี้มาช่วยก็ได้ 3. ให้ความสำคัญกับสิ่งที่สำคัญ หากเป็นไปได้คุณควรจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายกับเรื่องใหญ่ ๆ ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน อย่างเช่น ชุดแต่งงาน สถานที่ การ์ดเชิญ ช่างถ่ายภาพ และถ้าหากยังมีงบประมาณเหลือก็เก็บเอาไว้ใช้จ่ายกับเรื่องจิปาถะต่าง ๆ ที่พวกคุณพิจารณาแล้วว่าน่าจะเป็นส่วนที่สามารถทำให้งานแต่งงานสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายจิปาถะเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้งบบานปลาย 4. จัดงานแต่งงานในสถานที่โลว์ คอสท์ โดยปกติสถานที่ในเมืองนั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง หากพวกคุณสู้ไม่ไหวก็อาจจะพิจารณาสถานที่ที่ห่างออกไปเล็กน้อย แต่ยังสามารถเดินทางได้สะดวก หรือจัดรถพิเศษให้กับแขกสำหรับการเดินทางไปร่วมงาน หรือเปลี่ยนจากการจัดงานแต่งงานในสถานที่ที่ต้องการนอกฤดูการท่องเที่ยวก็ได้ 5. ใช้ชุดแต่งงานแบบเช่าหรือมือสอง อย่างที่รู้กันดีว่าชุดแต่งงานส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้แค่ครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น ดังนั้น หากพวกคุณต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ลองพิจารณาชุดแต่งงานแบบเช่า หรือชุดแต่งงานมือสองน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณงานแต่งงานของพวกคุณไปได้มากพอสมควรแล้ว ยังรู้สึกเสียดายน้อยกว่าชุดแต่งงานที่ออกแบบและสั่งตัดตัวใหม่อีกด้วย 6. ทำให้บรรยากาศงานแต่งงานดูสบายมากที่สุด การสร้างบรรยากาศงานแต่งงานที่หรูหรานั้นมักจะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายสูง ๆ เสมอ ในทางกลับกันยิ่งบรรยากาศงานแต่งงานของพวกคุณดูเป็นกันเอง สบาย ๆ และใช้ธีมง่าย ๆ มากเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการจัดงานของพวกคุณก็จะยิ่งน้อยลงมากเท่านั้น โดยเฉพาะในส่วนของตกแต่งที่นำมาประดับประดางานแต่งงานก็สามารถนำของ D.I.Y. มาใช้ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะแปลกแยก หรือดูไม่เข้ากับงานแต่งงานเลยด้วยซ้ำ 7. ใช้สถานที่ที่ไม่เก็บค่าบริการ การจัดงานแต่งงานในสถานที่ที่ไม่เก็บค่าบริการ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับพวกคุณได้ ทั้งนี้ ถ้าหากไม่สามารถหาสถานที่ตามที่กล่าวมาได้ก็อาจจะใช้บ้านของฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานก็ได้ และในกรณีที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับรองรับงานปาร์ตี้สละโสด ก็ค่อยเช่าสถานอื่น ๆ เพราะวิธีนี้อย่างน้อยก็น่าจะลดค่าใช้จ่ายได้ครึ่งหนึ่งของงบประมาณสำหรับสถานที่ 8. ฉลองด้วยบุฟเฟ่ต์ ในขณะที่คู่บ่าวสาวส่วนใหญ่เลี้ยงฉลองด้วยอาหารแบบโต๊ะจีน ที่ยกอาหารออกมาเสิร์ฟทีละจาน ซึ่งต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งอาจจะต้องเพิ่มปริมาณเป็นสองหรือสามเท่า หากเป็นเช่นนั้นการเลี้ยงฉลองด้วยบุฟเฟ่ต์น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ไม่เพียงแต่จะมีราคาที่ถูกกว่าเท่านั้น เพราะแขกยังสามารถเลือกอาหารตามความชอบและความเหมาะสมกับตัวเองได้อีกด้วย 9. หาคอร์สจัดงานแต่งงานแบบแพ็กเกจ สำหรับคู่รักที่ไม่มีเวลาหาข้อมูลหรือศึกษารายละเอียดมากนัก อาจจะอาศัยโปรโมชั่นหรือแพ็กเกจที่ทางสตูดิโอ โรงแรม หรือเอเจนซี่อื่น ๆ โฆษณาเอาไว้ เพราะแพ็กเกจส่วนใหญ่ไม่ได้มีแค่ราคาส่วนลดเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับของแถมอีกมากมาย อาจจะเป็นเมนูอาหาร ห้องพักหรู หรือการบริการเพิ่มเติม ที่พวกคุณจะต้องซื้อในราคาแพงหากจ่ายในราคาปกติหรือไม่ใช่ราคาแบบแพ็กเกจ 10. เซฟเงินเพื่ออนาคต ปัจจุบันมีคู่รักมากมายที่จัดงานแต่งงานแบบเงียบ ๆ เชิญแค่คนในครอบครัวและคนสนิทจริง ๆ เพราะพิธีแต่งงานเป็นการแสดงตัวให้คนอื่น ๆ รับรู้การเปลี่ยนแปลงสถานะเท่านั้น ดังนั้น จึงอาจไม่จำเป็นต้องจัดงานแต่งงานให้ยิ่งใหญ่อย่างใคร ๆ ก็ได้ อีกทั้งเงินจำนวนดังกล่าวก็มากพอที่จะเก็บเอาไว้เป็นเงินสำรอง สำหรับใช้สร้างอนาคตของพวกคุณเอง ไม่ว่าตอนนี้พวกคุณจะตั้งงบประมาณไว้ที่หลักแสนหรือหลักล้าน ซึ่งน่าจะเป็นจำนวนเงินที่น่าจะมากพอสำหรับการจัดงานแต่งงานแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็สามารถเกินงบประมาณได้อยู่ดี ฉะนั้น ประหยัดในส่วนที่ประหยัดได้เอาไว้ก่อนดีกว่า จะได้เก็บเอาไว้ใช้เป็นเงินสำรองสำหรับส่วนที่มีค่าใช้จ่ายสูง อย่างเช่น การจองสถานที่ เป็นต้น ที่สำคัญเป็นการป้องกันไม่ให้นำเงินในอนาคตมาใช้ด้วย เครดิต กะปุก.คอม |
