เช็กลิสต์ A-Z สำหรับวางแพลนเวดดิ้งที่เจ้าสาวมือใหม่ควรรู้
plan |
งานแต่งงานไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เหมือนวันเกิด วันครบรอบ หรือวันสำคัญตามปฏิทิน ฉะนั้น ทุกคนจึงพิถีพิถันในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อให้งานแต่งงานของตัวเองออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่ทั้งนี้การเตรียมงานแต่งงานไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถจัดการให้เสร็จสิ้นได้ภายในวันสองวัน แถมยังมีรายละเอียดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชุดบ่าวสาว ชุดเพื่อนบ่าวสาว อาหาร ของชำร่วย รวมไปถึงของประดับตกแต่งบรรยากาศภายในงานแต่งงาน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เรามาดูเช็กลิสต์กันหน่อยดีกว่าว่างานแต่งงานของคุณควรเริ่มต้นและตระเตรียมงานแต่งงานจากจุดไหนก่อนบ้าง 1. A-attendants (เพื่อนเจ้าสาว) สำหรับชุดของเพื่อนเจ้าสาวควรเตรียมหาวัสดุ อุปกรณ์ แบบเสื้อ และจัดแจงเรื่องการสั่งตัดเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะชุดที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ อย่างเช่น ชุดเพื่อนเจ้าสาวแนววินเทจ เพราะมักจะตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้หรือคริสตัล ซึ่งอาจใช้เวลาการตัดค่อนข้างนานหรือจำเป็นจะต้องรอคิว ดังนั้น หากเป็นไปได้ชุดเพื่อนเจ้าสาวควรเลือกแบบเรียบ ๆ รายละเอียดไม่มากเอาไว้ก่อนดีกว่า 2. B-Bonbonniere ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีส่วนสำคัญและช่วยเติมเต็มองค์ประกอบในงานแต่งงานให้ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น ถ้าคุณมีไอเดียว่าอยากจะนำลูกอมมาแจกให้กับเหล่าแขกเหรื่อ ก็อย่าลืมหาจานรองลายสวย ๆ ธีมเดียวกับงาน แก้ว หรือขวดโหลรูปทรงเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว เป็นต้น 3. C-Cake เนื่องจากอากาศในบ้านเรานั้นค่อนข้างร้อน ดังนั้น เค้กแต่งงานที่จะนำมาใช้ควรเป็นเค้กเนื้อแน่น หรือมีส่วนผสมของผลไม้ อย่างเช่น เค้กฟรุตตี้ เพราะในเนื้อผลไม้ชุ่มชื่นไปด้วยน้ำ รสชาติหวานดับกระหายได้ดี แถมยังมีสีสันสวยงามและไม่ละลายง่ายเหมือนวัตถุดิบอื่น ๆ อย่างเช่น วิปปิ้งครีมกับครีมบัตเตอร์ด้วย 4. D-Denby หากคุณคิดจะใช้บริการจากร้านค้าในอินเทอร์เน็ต อย่างเช่น เว็บไซต์ Denby หรือ Mikasa เพื่อสั่งซื้อของชำร่วยสำหรับขอบคุณแขกเหรื่อในงาน ควรจะตรวจสอบที่มาที่ไปและลงทะเบียนสมัครสมาชิกให้เรียบร้อย 5. E-Etiquette แขกไปใครมาจะรู้จักหรือไม่ก็ควรยิ้มแย้มและทักทายเอาไว้ก่อน ถึงแม้จะเป็นเพื่อนของเพื่อน หรือญาติที่แทบจะไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลยก็ตามเพราะ อย่างน้อยคนเหล่านี้ก็เสียสละเวลามาเป็นสักขีพยานความรัก และร่วมฉลองชีวิตใหม่ให้กับพวกคุณ 6. F-Florist การเลือกสีสันของดอกไม้ขึ้นอยู่กับธีมหลักของงานแต่งงาน ดังนั้น ก่อนที่คุณจะสั่งให้ร้านดอกไม้จัดซุ้มประตู ช่อดอกไม้ ช่อบูเก้ หรือแจกันตกแต่งตามจุดต่าง ๆ ภายในงาน ควรจะตกลงเรื่องสีธีมของงานกันให้เรียบร้อยเสียก่อน 7. G-Guest list การลิสต์รายชื่อแขกที่จะมาร่วมงานนั้นเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด โดยเริ่มพิจารณาจากขนาดของงานแต่งงานเป็นหลัก จากนั้นก็ดูรายชื่อของแขกที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของแต่ละฝ่ายเสียก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มเพื่อน ทั้งนี้ หากงานแต่งงานของคุณเป็นแค่งานเล็ก ๆ ก็ลิสต์เฉพาะคนสำคัญและสนิทก็พอ พร้อมกับทบทวนรายชื่อแขกให้เรียบร้อย 8. H-Hotel room หลังจากลิสต์รายชื่อแขกที่จะเชิญเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมจองห้องพักในโรงแรมให้กับแขกที่มาจากต่างแดนหรือต่างจังหวัดด้วย ถ้าหากเป็นไปได้ควรเป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้กับสถานที่จัดงานแต่งงาน เดินทางสะดวก และมีความปลอดภัยสูง 9. I-Invitations ไม่ว่าคุณจะเสียเวลาคัดเลือกแบบการ์ดนานแค่ไหน แต่สิ่งสุดท้ายที่จะลืมไม่ได้เลย ก็คือ อย่าลืมตรวจเช็กข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญบนการ์ดก่อนส่งถึงมือแขก เริ่มตั้งแต่ชื่อ เวลา วันที่ และสถานที่ ทุกอย่างต้องชัดเจน อ่านง่าย และไม่ควรมีจุดผิดพลาด 10. J-Jitters ยิ่งใกล้วันแต่งงานมากขึ้นเท่าไหร่ ความเครียด ความกระวนกระวายใจ และความตื่นเต้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้าพิธีไม่กี่นาที ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หรือลองหลับตาทำสมาธิสัก 5 นาที พร้อมบอกกับตัวเองว่าคุณต้องทำได้ ! 11. K-Karat เครื่องประดับทุกชิ้นที่คุณซื้อควรมาจากร้านค้าอัญมณีโดยตรง และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะสามารถวางใจได้ว่าทั้งวัสดุและอัญมณีที่นำมาใช้เป็นของจริง ซึ่งดูได้จากใบรับประกันสินค้าด้วย 12. L-License ใบรับประกันที่มาพร้อมกับแหวนหรือเครื่องประดับอะไรก็ตามควรเก็บจัดเก็บให้เรียบร้อย หากเป็นไปได้ก็ควรถ่ายรูปเครื่องประดับกับใบรับรองเอาไว้ด้วยเพราะ เป็นประโยชน์และง่ายต่อการติดตามในกรณีที่เกิดการสูญหาย 13. M- Menu ก่อนที่จะสั่งอาหารสำหรับเลี้ยงฉลองในค่ำคืนพิเศษเพื่อขอบคุณน้ำใจของผู้ที่มาร่วมงาน ไม่ควรดูเฉพาะความสวยงาม หรูหราของหน้าตาอาหารแต่ละจานเท่านั้น ควรจะลงมือชิมด้วยว่ารสชาติของอาหารถูกปากหรือเปล่า 14. N- Negatives สำหรับคนที่กำลังจะหาสตูดิโอเพื่อถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ควรจะศึกษาข้อมูล รายละเอียด และเปรียบเทียบราคาของแต่ละร้านให้ดี รวมไปถึงเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างเช่น ขนาด จำนวนรูปภาพของแต่ละแพ็กเกจ เป็นต้น ก่อนที่ร้านสตูดิโอจะทำให้ความรู้สึกของคุณติดลบ 15. O-Officiant หากคุณอยากให้งานแต่งงานของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น และเป็นที่พออกพอใจของทุกฝ่าย ควรเลือกคนที่มีประสบการณ์หรือเคยผ่านงานด้านนี้มาบ้างแล้ว โดยการสอบถามจากคนรอบข้างหรือคน ๆ นั้นโดยตรง 16. P-Power panties อย่ามองข้ามความสำคัญของชุดชั้นในเชียว เพราะหากติดสินใจเลือกจากดีไซน์ หรือความชอบเพียงอย่างเดียวก็อาจทำให้วันพิเศษกลายเป็นวันแสนเศร้าได้เช่นเดียวกัน ฉะนั้น ควรดูชุดชั้นในที่กระชับสัดส่วน สวมใส่สบายและเดินเหินได้อย่างมั่นใจด้วยดีกว่า 17. Q-Quest for fashion ก่อนจะตัดสินใจเลือกชุดเจ้าสาวควรจะเช็กแฟชั่นของชุดในแต่ละช่วงก่อนว่า ชุดเจ้าสาวแบบไหนสไตล์ใดกำลังมาแรงบ้าง และอย่ากลัวที่เข้าไปดูตามร้านต่าง ๆ เพราะหากมัวแต่เกรงอกเกรงใจหรือเลือกจากความสะดวกเป็นอันดับแรก อาจเสียดายไปตลอดชีวิตเลยก็ได้ 18. R-Red การปรากฏตัวของเจ้าสาวในชุดแต่งงานก็มีความเซ็กซี่ เย้ายวนใจในตัวไม่แพ้ผู้หญิงชุดแดงเลย แต่ทั้งนี้คุณจะดูโดดเด่นและสวยเป็นพิเศษมากขึ้น หากคุณออกมาพร้อมกับเพลงที่สามารถบ่งบอกความเป็นตัวเอง และเข้ากับบรรยากาศทั่วไปได้ดี พร้อมทั้งมีแนวเพลงที่ชัดเจน 19. S-Speeches อีกสิ่งหนึ่งที่คุณจะลืมไม่ได้เลย ก็คือ การเตรียมคำขอบคุณเอาไว้กล่าวในพิธีแต่งงาน นอกจากจะต้องเรียบเรียงถ้อยคำให้สละสลวยฟังรื่นหูแล้ว ควรเป็นคำพูดที่สั้น กระชับ ได้ใจความ และอยู่ในเวลาที่กำหนด 20. T-Tuxedos การเลือกชุดสำหรับเจ้าบ่าวก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หากเป็นไปได้ควรพิจารณาจากหลาย ๆ ร้านแล้วนำมาเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจซื้อ และที่สำคัญอย่าลืมพกชุดตัดเย็บขนาดเล็กติดตัวเอาไว้ เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินด้วย 21. U-Ushers หากคุณกำหนดที่นั่งของแขกแต่ละคนเอาไว้แล้ว ไม่ควรปล่อยให้พวกเขาเดินหาที่นั่งกันเอาเอง เพราะนอกจากจะทำให้ภายในงานดูวุ่นวายแล้ว อาจส่งผลให้บรรยากาศดี ๆ เสียไปเลยก็ได้ ฉะนั้น ควรขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือคนสนิทคอยแนะนำที่นั่งให้กับแขกดีกว่า 22. V-Venue ไม่ว่าคุณจะจัดงานแต่งงานในห้องแกรนด์บอลรูมสุดหรูของโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือจัดงานแต่งงานชิล ๆ บนชายหาดก็อย่าลืมกำหนดธีม ขนาด และงบประมาณเอาไว้ให้ชัดเจน โดยยิ่งเริ่มเตรียมการเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่องานแต่งงานของคุณมากเท่านั้น 23. W-Who's paying for all this? ก่อนที่จะดำเนินการติดต่อเรื่องสถานที่ พิมพ์การ์ด หรือเลือกชุดแต่งงาน ทั้งคุณและคนรักควรตกลงกันเรียบร้อยก่อนว่างานแต่งงานครั้งนี้ใครจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง 24. X-(E)xes ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากคุณอยากจะเชิญแฟนเก่าของตัวเองและคนรักมาร่วมงาน เพราะอย่างน้อยก็เคยมีความรู้สึกดี ๆ ร่วมกัน อีกทั้งตอนนี้คุณทั้ง 2 คนก็ตัดสินใจที่ใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ก็คงไม่ต้องกลัวเรื่องถ่านไปเก่าอีกต่อไป 25. Y-You (plural) พิธีแต่งงานนอกจากจะเป็นงานมงคลแล้ว ยังเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ด้วย ฉะนั้น ควรทำตัวให้สนุกสนานเข้าไว้ และซึมซับบรรยากาศช่วงเวลาแห่งความสุขเหล่านั้นอย่างเต็มที่ แม้ว่างานจะผิดพลาดหรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้บ้างก็ตาม 26. Z-Zzzs อย่าคาดหวังว่าทุกคู่จะมีโอกาสสวีทหวานหรือได้จุมพิตแสนโรแมนติกหลังเสร็จสิ้นพิธีแต่งงานแล้วเสมอไป เพราะมีบ่าวสาวจำนวนไม่น้อยที่ล้มตัวลงนอนทันทีที่หัวถึงหมอน ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน อีกหนึ่งลิสต์ที่สำคัญไม่แพ้กันเลย ก็คือ อย่าลืมว่าคนเรามีความต้องการไม่เหมือนกัน ในระหว่างนี้อาจมีการทะเลาะเกิดขึ้นบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งสิ่งที่คุณควรทำคือ ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากันไป แล้วหาจุดกึ่งกลางร่วมกัน เพราะอย่าลืมว่างานแต่งงานเป็นงานของคุณทั้ง 2 คน ฉะนั้น ให้อีกฝ่ายได้ออกความคิดเห็นบ้างน่าจะดีกว่าตัดสินใจเองเพียงฝ่ายเดียว เครดิตkapook.com เจ้าของเว็บไซต์ แก้ไขเมื่อ 08/11/2017 - 00:14 |
